สวัสดีค่ะ พี่น้องที่รักทุกท่าน
นี่ก็ใกล้จะถึงเทศกาลเฉลิมฉลอง “วันแห่งความรัก“ กันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่ทุกคนรอคอยกันมากที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ เราคงจะรู้สึกดีมากใช่มั๊ยค่ะ ถ้าทุกๆวันในชีวิตเราเป็น “วันวาเลนไทน์“ ดิฉันได้ชมเวบไซด์ของคริสตจักรไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งปีนี้มีคำขวัญว่า“ปีแห่งความรัก“ (The Year of Love) ทั้งเวบเพจใช้โทนสีชมพู ประดับด้วยดอกไม้และหัวใจ ดูแล้วมันช่างสดชื่นจริง
ดิฉันรู้สึกขอบพระคุณพระเจ้าเหลือเกิน ที่ความฝันครั้งหนึ่งในวัยเด็กของดิฉันเป็นความจริง ดังเช่นคำถามที่เกริ่นไว้ข้างต้น สิบปีมาแล้วที่ชีวิตดิฉันได้รับการเปลี่ยนแปลง เมื่อได้มาสัมผัสกับความรักขององค์พระเยซูคริสต์ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฝันของดิฉันเป็นจริง เนื่องจากดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่แสวงหาความรักมาตลอดชีวิต ดิฉันมีคุณพ่อคุณแม่ที่รักลูกมาก แต่ท่านทั้งสองกลับทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ดิฉันต้องการจะรู้ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร
“แม้จะมีความเชื่อมากที่สุด พอจะยกภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย“
(พระธรรม 1โครินธ์ 13:2)
สมัยที่ดิฉันเป็นเด็กๆ เริ่มที่จะอ่านหนังสือได้แล้ว คุณแม่เคยรับหนังสือขวัญเรือน (นิตยสารรายเดือน) ซึ่งมีคอลัมน์ที่ดิฉันโปรดปรานมาก คือ การ์ตูนเรื่อง “ความรักคืออะไร“ จะเป็นภาพการ์ตูนผู้หญิง-ผู้ชาย แสดงความรักต่อกันแบบน่ารักๆ และมีคำอธิบายใต้ภาพว่า “ความรักคือ…..” ทุกฉบับก็จะมีคำนิยามของความรักต่างๆนาๆ ทุกครั้งที่ดิฉันได้รับหนังสือเล่มนี้ ดิฉันจะเปิดอ่านคอลัมน์นี้ก่อนทันที
มาถึงวันนี้ดิฉันสามารถพูดได้ว่า ดิฉันได้พบกับความรักที่แท้จริงที่ดิฉันแสวงหามาตลอด
ชีวิตแล้ว ในหัวใจของดิฉันในวันนี้ ทุกๆวันเป็น “วันวาเลนไทน์“ เมื่อดิฉันได้พบวามรักแบบไม่มีเงื่อนไขและไม่จำกัดขององค์พระเยซูคริสต์ (ความรักที่แท้จริง จะต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น คือ “Unconditional Love” หรือ ที่เราเคยพูดกันว่า “ถึงอย่างไรก็รัก“)
พระเจ้าได้ตรัสไว้ดังนี้ “ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ความรักไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่ทำสิ่งที่ไม่บังควร ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีในความชั่วช้า แต่ชื่นชมยินดีในความจริงไม่แคะไค้คุ้ยเขี่ยความผิดของเขา และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และเพียรทนเอาทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น”
(พระธรรม 1โครินธ์ 13:4-8)
ดิฉันอยากจะเชื้อเชิญให้ทุกท่านได้สัมผัสกับความรักของ “องค์พระเยซูคริสต์“ องค์พระผู้เป็นเจ้าของดิฉัน พระองค์ทรงเป็น “พ่อ“ “พี่“ เป็น“เพื่อน“ และเป็นทุกๆอย่างที่ดิฉันอยากให้พระองค์เป็นในทุกสถานการณ์ต่างๆในชีวิต และเมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของดิฉันได้ พระองค์ก็จะทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของท่านได้ช่นเดียวกัน
“พระเจ้ารับสั่งกับข้าพเจ้าว่า ‘เจ้าเป็นบุตรของเรา’” (พระธรรม สดุดี 2:7)
“ด้วยว่าผู้ใดจะกระทำตามพระทัยพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ผู้นั้นแหละเป็นพี่น้องชายหญิงและมารดาของเรา" (พระธรรม มัทธิว 12:50)
“เราไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีกต่อไป... แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย...” (พระธรรม ยอห์น 15:15)
“ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน” (พระธรรม ยอห์น 15:13)
ขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าที่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก ผู้สร้างฟ้าสวรรค์และจักรวาล รวมถึงพวกเราทั้งหลายที่เป็นมนุษย์ และพระองค์ทรงให้เรามีสิทธิ์เรียกพระองค์ว่า
“พ่อ” “พี่” หรือแม้กระทั่งเราสามารถเป็น “เพื่อน”ของพระองค์ได้ เพียงเพื่อพระองค์ต้องการมีความสัมพันธ์กับเรา ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ไม่ว่าดีหรือชั่ว มั่งมีหรือยากจนค่นแค้นก็ตาม พระองค์ทรงรักเราอย่างที่เราเป็น เพราะพระองค์ทรงรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไขนั่นเอง!
“พระเจ้าทรงเป็นความรัก และผู้ใดที่อยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในผู้นั้น”
(พระธรรม 1 ยอห์น 4:16)